บันทึก(ทัก) ตอน...เงียบงัน

posted on 10 Apr 2011 00:48 by giftnina  in LOVE

กาลครั้งหนึ่ง....

แสงไฟสลัวในห้องแคบๆ กับเสียงเพลงบรรเลงเบาๆ ที่ดูน่าจะขับกล่อมให้เธอล่องลอยไปด้วยความสงบ เช่นเดียวกับกิริยาที่แสดงออกมา สีหน้าเรียบเฉย แววตาเงียบงัน ทว่าหัวใจเต้นเร่า ไม่ได้จังหวะ เธอแอบถอนหายใจ ในหลายๆครั้งที่เขาเผลอ และแอบมองดูเขาในหลายๆครั้งที่เขาเผลอเช่นกัน
ความเงียบเข้าปกคลุมความสัมพันธ์ของทั้งสอง ตั้งแต่วินาทีที่เธอสารภาพรักเขาไปจนหมดเปลือก และเขาปฎิเสธ
ในช่วงเวลานั้น กติกาและคำสัญญาของการคงสภาพสถานะของทั้งสอง ถูกยกขึ้นมา เพื่อขอให้ทุกอย่างดำเนินความผูกพันธ์ไปตามปกติ เธอสัญญา เขาสัญญา

เวลาเดินหน้าต่อไป

ความสัมพันธ์ของเธอกับเขาก็น่าจะเดินหน้าต่อไปเช่นกัน
หากแต่เพียงชั่วข้ามคืน ใครจะรู้ เวลาของทั้งสองเหมือนเดินย้อนกลับ
เงียบงัน ห่างไกล และไม่มีใครพูดถึงเรื่องวันนั้นอีก
สำหรับเธอแล้ว
 “ไม่พูดไม่ได้แปลว่าไม่รู้สึก”

เย็น-ชา

posted on 01 Apr 2011 20:27 by giftnina  in LOVE

ก่อนนอนหลายวันมานี้ฉันหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา
เพื่อเช็คว่าไม่มีข้อความส่งเข้ามาหาฉันอีกแล้วจริงๆ
บอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไรกันแน่ คิดถึงก็คงไม่ใช่
อาจดูไม่คุ้นชินมากกว่า
เพราะตลอดระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา
ฉันจะได้รับข้อความจากใครคนหนึ่งในทุกๆวัน 
ฉันต้องยอมรับว่าฉันอ่านข้อความเหล่านั้นบ้าง
และไม่อ่านบ้างเป็นส่วนใหญ่เมื่อเห็นว่าใครเป็นคนส่งมา
สุดท้ายฉันจะกดลบทิ้งไป

เช่นเดียวกับโปสการ์ดและจดหมายมากมาย
ที่ฉันแทบจะไม่แกะซองออกมาอ่าน
เมื่อเห็นว่าคนส่งจดหมายเป็นคนเดียวกับที่ส่งข้อความ 
ไม่ใช่เพราะฉันโกรธเขาหรือประการใด 

ในความเป็นจริงแล้วแทบจะไม่มีเรื่องเคืองใจใดใดระหว่างเราเลย
เพียงแต่ฉันเองไม่สะดวกที่จะรับความรู้สึกดีดีจากเขาได้

ความพยายามเพื่อพิสูจน์ให้ฉันเห็นถึงความจริงใจ
และความปรารถดีที่เขามีให้ ทำให้ฉันรับรู้ได้ว่า
ฉันโชคดีแค่ไหนที่มีคนห่วงใย

เพราะคงไม่บ่อยนักที่นอกจากครอบครัวแล้วจะมีคนจัดกระเป๋ายา
และบรรจงเขียนข้อความเตือนไว้ให้พกติดตัวในวันที่ต้องเดินทางบ่อย

คงไม่บ่อยนักที่จะมีคนส่งน้ำส่งนมมาให้ฉันไว้กินตอนทำงานดึกๆ  

คงไม่บ่อยนักที่จะมีคนปอกส้มแช่ตู้เย็นให้ฉันกิน

คงไม่บ่อยนักที่จะมีคนเรียกชื่อจริงฉันแทนชื่อเล่นจนติดปาก

คงไม่บ่อยนักที่จะมีคนคอยสรรหานิทานดวงดาวมาเล่าให้ฉันฟังก่อนนอน

คงไม่บ่อยนักที่จะมีคนเย็บผ้าห่มให้ฉันด้วยมือ

คงไม่บ่อยนักที่จะมีคนอยากเช็ดยาล้างเล็บให้ฉัน

คงไม่บ่อยนักที่จะมีคนมานั่งรอฉันเป็นวันๆ
เพื่อแลกกับการกินข้าวเย็นกับฉันเพียงไม่กี่นาที

คงไม่บ่อยนักที่จะมีคนซ้อมอวยพรวันเกิดให้ฉันในทุกๆเดือน

และคงไม่บ่อยนักที่จะมีคนมารักฉัน

ฉันไม่ใช่ผู้หญิงที่เพียบพร้อมและเหมาะสม
ที่จะรับความปรารถดีเหล่านั้นไว้ได้

ฉันรู้สึกว่าฉันเป็นคนใจร้ายทุกๆครั้ง
ที่ฉันตอบรับความปรารถดีเหล่านั้นไว้
โดยที่ฉันไม่ได้ซื่อสัตย์ต่อเขา มันอาจจะดูเหมือนไม่เป็นไร
อย่างที่ใครๆว่า เพราะเขาเต็มใจที่จะทำให้ฉันเอง

หากแต่ฉันเข้าใจดีว่า
ถ้าเราตกหลุมรักใครสักคนหนึ่งไปอย่างหมดหัวใจแล้ว
แค่เขาตอบรับความ ปรารถดีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
มันจะทำให้เรามีความหวัง
ความหวังที่กำลังสะสมและก่อตัวเป็นความเจ็บปวดโดยไม่รู้ตัว
ฉันเข้าใจสิ่งเหล่านั้นเป็นอย่างดี
เพราะครั้งหนึ่งฉันเองก็เคยพยายามส่งความปรารถดีไปให้กับใครบางคน
และเพียงแค่เขาตอบรับความปรารถดีเหล่านั้นแม้จะด้วยความไม่เต็มใจก็ตาม
แต่มันก็ทำให้หัวใจของฉันพองโต

ความหวังที่เราเก็บสะสมเอาไว้ยิ่งมีมากเท่าไหร่
เมื่อถึงวันสิ้นสุดลงมันจะยิ่งทำให้เราเจ็บปวดเป็นเท่าทวีคูณ

ความรักเป็นเรื่องของโชคชะตา พรหมลิขิต และวิบากกรรม
มากกว่าจะเป็นเรื่องของความพยายาม ความสงสารหรือความเห็นใจ
ฉันเชื่ออย่างนั้นนะ 

เราต่างรับรู้ได้ดีว่าความพยายามไม่เคยทำให้เราสมหวังเรื่องความรักได้จริง
หากโชคชะตาไม่ได้กำหนดมาให้เราได้รักกัน ต่อให้ทำดีแค่ไหนก็ตาม
หรือไม่มันก็ยังไม่ถึงเวลาของเรา

ไม่ใช่ว่าเขาเหรือเธอไม่ดีพอแต่มันเป็นเรื่องของความพอดี
หรือที่หลายๆคนบอกว่ามันจะรับรู้ได้เองด้วยความรู้สึกว่าใช่หรือไม่
ความรักเป็นเรื่องละเอียดอ่อน

เมื่อฉันเองก็เคยเจ็บปวดกับการได้รับความหวัง
ด้วยการตอบรับความปรารถดีที่ส่งไป
ฉันรู้ว่าที่เขาทำไปเพียงเพราะอยากรักษาน้ำใจฉัน
หรือเพียงเพราะไม่อยากให้ฉันต้องเสียใจ
แต่สิ่งเหล่านั้นมันเหมือนเป็นดาบสองคม
ที่หวนกลับมาทิ่มแทงฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ฉันสัญญากับตัวเองตั้งแต่นั้นมาว่าฉันจะไม่ทำอย่างนั้นกับใคร
ความเจ็บปวดของวันวานจะเป็นสิ่งคอยเตือนตัวฉันเองอยู่เสมอ

วันนี้ฉันจึงเลือกที่จะเดินห่างออกมา
เมื่อรับรู้ถึงสัญญาณความต้องการปรับเปลี่ยนสถานะบางอย่างระหว่างเรา

บางทีฉันก็สับสนว่าความเฉยชาที่ฉันทำอยู่
มันจะยิ่งทำให้เขาเจ็บปวดมากกว่าหรือเปล่า
แต่อย่างน้อยฉันก็เชื่อว่าระยะเวลาของความทรมาณมันคงน้อยกว่า
ที่ต้องสะสมความผูกพันธ์ในแบบที่วาดเอาไว้เอง  

ฉันอดกังวลและเป็นห่วงเขาอยู่ลึกๆ
ฉันไม่อยากให้เราต้องไกลกันอย่างนี้
แต่ฉันก็ไม่อยากให้เราใกล้กันเกินไป....

วันไหนที่ลมของความห่วงหาแปรเปลี่ยนเป็นความห่วงใย
ในสถานะของพี่น้องได้แล้ว ฉันจะกลับไปหาเขาเอง
เพราะฉันก็คิดถึงเขาแทบแย่แล้วเหมือนกัน....

 
 
ทบทวนเรื่องราวต่างๆทุกๆครั้งที่ฉันตื่นนอน
กับบทกวีไม่มีความหมาย ฉันงมงายสวดมนต์ขอพร
หากจะมีโอกาสอีกหน จะร่ายมนต์กับสายน้ำจันทร์
เพื่อจะได้หลับตาลงสักครั้ง เพื่อพบกับเธอผู้เป็นนิรันดร์...