ช่วงต้นปีที่ผ่านมาใครคนหนึ่งถามฉันว่าฉันยังคงมองท้องฟ้าสวยเหมือนเดิมหรือเปล่าฉันตอบเขาไปว่า สวยเหมือนเดิม เพราะที่ผ่านมาไม่มีคืนไหนที่ฉันจะมองมันไม่สวย  แต่ความเป็นจริงแล้ว ท้องฟ้าไม่เคยสวยอีกเลยหลังจากที่อะไรหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา หลายครั้งฉันพยายามภาวนาให้ตื่นขึ้นมาแล้วยังคงเป็นวันที่เรายืนอยู่ใกล้กันมากกว่านี้ หากแต่นั้นเป็นเพียงความฝันที่หล่อเลี้ยงหัวใจดวงเล็กๆของฉันให้พอรู้สึกชื่นใจกับวันเวลาดีดีที่ผ่านมา และเป็นกำลังใจหล่อเลี้ยงความหวังลมๆแล้งๆให้มีชีวิตเดินหน้าต่อไป

“ทบทวนเรื่องราวต่างๆทุกๆครั้งที่ฉันตื่นนอนกับบทกวีไม่มีความหมาย ฉันงมงายสวดมนต์ขอพรหากจะมีโอกาสอีกหน จะร่ายมนต์กับสายน้ำจันทร์เพื่อจะได้หลับตาลงสักครั้ง เพื่อพบกับเธอผู้เป็นนิรันดร์.. “ ฉันยืนฮัมเพลงอยู่บนสะพานปลาที่ทอดยาวลงไปกลางทะเล ท่ามกลางแสงจันทร์ทรงกลดและลมพัดเย็น  ฉันอดคิดถึงช่วงเวลาหนึ่งที่ฉันเคยปรับทุกข์กับทะเลที่นี่ จนแทบอยากจะหยุดหายใจลงไปเสียวินาทีนั้น วันเวลาเดินทางของมันต่อไปตามหน้าที่ ฉันเองก็เช่นกัน  ความเหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน  และเวลาที่ล่วงเลยผ่านมาเนิ่นนานช่วยทำให้ความทรงจำเริ่มเปลี่ยนเป็นสีจาง  แต่มันตกผลึกอยู่ในส่วนหนึ่งของความรู้สึกของฉันตลอดเวลาไปเสียแล้ว กว่าปีแล้วที่น้ำตาหยดสุดท้ายเหือดแห้งไปกับความเสียใจในสิ่งที่ไม่ได้เป็นดั่งหวัง....ฉันยังคงจำความเจ็บปวดนั้นได้เป็นอย่างดี

“เจ็บจนกลัวที่จะเริ่มต้นใหม่อีกสักครั้ง” เขาพูดขึ้น  หลังจากที่ระบายความอัดอั้นออกมาให้ฉันฟังจนหมดสิ้น ฉันพยักหน้าตอบด้วยความเข้าใจในความรู้สึกนั้นอย่างดีทีเดียว  แสงไฟบนชายฝั่งเริ่มดับลงไปทีละดวง สองดวง  เช่นเดียวกับความหวังเรื่องความรักของฉันและเขาที่กำลังตามหาอยู่ดูจะดับลงไปพร้อมๆกับแสงเหล่านั้น  ตอนนี้รัศมีแสงจันทร์ทรงกลดหายไปเสียแล้ว ทิ้งไว้เพียงดวงจันทร์ให้โดดเดี่ยวกลางท้องฟ้ากว้างๆที่ดูเวิ้งว้าง กับคราบน้ำตาแห่งความเจ็บปวดของหญิงชายคู่หนึ่ง  ยิ่งทำให้บรรยากาศดูเปลี่ยวเหงากว่าควร

 

เขา...อาจารย์หนุ่มสอนวิชาฟิสิกส์ ที่ชอบดูดาว รักงานศิลปะ และหลงไหลบางแสนจนกะจะปักหลักปักฐานกันเสียที่นี่   เรารู้จักกันในสถานะที่ฉันเองก็ไม่แน่ใจว่ามันเหมาะสมหรือเปล่า ใครคนหนึ่งที่หลงไหลความเป็นสุภาพบุรุษอารมณ์ดีของเขาแนะนำให้เราได้รู้จักกัน    ไม่นานฉันเองก็แอบหลงไหลในความเป็นเขาเช่นเดียวกัน  ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่แล้วที่ฉันจะรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยเมื่ออยู่ใกล้ใครสักคนแบบนี้   ฉันแค่อยากโอบกอดเขาไว้ในวันที่เขาเจอปัญหาและฉันก็อยากให้เขาโอบกอดฉันในวันที่ฉันเปลี่ยวเหงาเช่นเดียวกัน  แสงจันทร์ส่องกระทบผิวน้ำทะเลให้เห็นเป็นเงาลางๆเช่นเดียวกับที่กระทบในตาของเขาสะท้อนให้เห็นความเหนื่อยล้าเต็มที 

“พี่แค่กลัวตัวเองจะหวั่นไหวกับพลอย แล้ววันหนึ่งต้องมีใครสักคนที่เจ็บ ไม่พี่ก็พลอย หรือไม่ก็แฟนพลอย”
เมื่อเขาพูดจบหัวใจของฉันเต้นไม่เป็นจังหวะ  วินาทีนั้น ฉันได้กลิ่นความเจ็บปวดแบบวันวานกำลังจะหวนคืนมาที่ฉันอีกครั้ง  

“ไหนว่าไม่คิดอะไรกับพี่พลอยไม่ใช่เหรอ” ฉันถาม 

”วันนี้ไม่คิดแต่วันพรุ่งนี้ไม่แน่ “  เขาพูดออกมาด้วยความสับสนในความรู้สึกของตัวเอง และไม่รู้ว่าเขาจะยุติความสัมพันธ์ระหว่างเขาและพลอยไปได้อย่างไรโดยที่ยังไม่มีใครต้องเจ็บ

 

พลอย... คุณครูสอนดนตรีเด็กอนุบาล ผู้ซึ่งแฟนย้ายไปทำงานที่อื่น ขี้เหงา และเบื่อการกินก๋วยเตี๋ยวเป็ด
“พี่แค่แอบชอบเขาเท่านั้น  ไม่ได้อยากให้มาเป็นกิ๊ก แค่เบื่อก๋วยเตี๊ยวเป็ดอยากออกไปหาอะไรอร่อยๆกินไกลๆ แล้วไม่มีเพื่อน แล้วแค่อยากชวนเขาไปเป็นเพื่อน ไม่ได้คิดอะไรไปมากกว่านั้นเลยจริงๆนะ” พี่พลอยพยายามอธิบายให้ฉันฟังหลังจากที่ “เขา” เริ่มยุติความผูกพันระหว่างเขาและเธอด้วยการตีตัวออกห่าง ฉันคงเชื่อว่าพี่พลอยไม่ได้คิดอะไรกับเขาจริงๆ ถ้าหากไม่ได้รับรู้เรื่องราวของการกระทำที่เกินเลยกว่าไม่คำว่าไม่ได้คิดอะไรของพี่พลอย  ฉันเองพยายามทำตัวเหมือนไม่ได้รับรู้อะไร และไม่รู้สึกอะไร แต่จริงๆแล้วหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะทุกครั้งที่ได้ยินเสียงเฉ่าก๊วยรถช็อปเปอร์คันใหญ่ขับมาจอดที่หน้าร้าน  “ใช่เขาจริงๆด้วย”  แต่ความดีใจอยู่กับฉันไม่เคยนานเกินกว่านาที เสียงฟีโนสีครีมก็สะกิดฉันให้ตื่น  รถของพี่พลอยขับตามมาจอดเคียงคู่กัน

 

อากาศเริ่มเย็นลง ฉันรู้สึกหนาวสะท้านจนเข้ากระดูก  ไม่รู้ว่าเพราะยืนอยู่กลางที่โล่งหรือเป็นเพราะเรื่องราวของวันนี้

 
คงไม่มีสิ่งใดที่อึดอัดใจเกินไปกว่าเก็บความรู้สึกของตัวเองเอาไว้ ทำทีไม่สนใจ หากแต่ต้องรับรู้ความรู้สึกของคนสองที่รักกันไม่ได้ ไม่ใช่ซิสามคนรวมตัวฉันเองด้วย  

 

 ฉันรู้สึกสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเขาเอาเสื้อคลุมของเขามาสวมใส่ให้ฉัน “อากาศเย็นแล้วเดี๋ยวจะไม่สบาย” เขาบอก  “ขอบคุณค่ะ” ฉันตอบเขาเบาๆ แต่กลับรู้สึกแปลกใจตัวเองที่เสื้อตัวนี้ไม่ช่วยให้ฉันรู้สึกอุ่นเหมือนเมื่อคืนก่อนที่ฝนตกและเขาสละเสื้อคลุมให้ฉันเช่นเดียวกับคืนนี้   การหยิบยืนเสื้อคลุมให้ห่มกลายเป็นเพียงมารยาทและความสุภาพที่ชายคนหนึ่งสมควรจะทำให้หญิงสาวที่กำลังเหน็บหนาวเพียงเท่านั้น นอกเหนือจากนี้คือความว่างเปล่า   นาทีนี้ฉันรู้สึกสับสนปนน้อยใจต่อโชคชะตาที่ดูเหมือนจะเล่นตลกให้ฉันต้องอัดอั้นกับความรู้สึกของตัวเองอีกครั้ง ฉันไม่สามารถอธิบายให้ใครเข้าใจได้ว่าการกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมาและทำหน้าเฉยๆต่อหน้าใครสักคนที่เป็นเหตุแห่งน้ำตานั้นมันยากเย็นขนาดไหน  

 

ความเงียบเข้าปกคลุมเราสองคน ดึกมากแล้ว น้ำทะเลสีดำหลับไหลไม่ไหวติง แม้แต่คลื่นลูกเล็กๆก็ไม่มีให้เห็นกระทบชายหาด เช่นเดียวกับใจฉันที่กำลังจะหยุดการเคลื่อนไหวอีกครั้ง ทั้งๆที่มันเพิ่งจะเริ่มต้นทำงานใหม่ได้เพียงไม่กี่สัปดาห์ ฉันคิดถึงมืออุ่นๆที่ลูบแขนฉันเบาเบาเวลาที่ฉันทุกข์ใจ ฉันคิดถึงแววตาตื่นเต้นเวลาที่ฉันเล่านิทานดวงดาวปรัมปรา ฉันคิดถึงเสียงหัวเราะเวลาที่เราคุยเรื่องพฤติกรรมตอนเด็กๆ และฉันคิดถึงเขาเวลาที่เราอยู่ใกล้ๆกันแบบนี้ 

 

ก่อนกลับเขาสัญญากับฉันว่าคืนที่ลมหนาวพัดมาแล้ว เขาจะพาฉันมาดูดาวที่สะพานปลาแห่งนี้อีกครั้ง หากเป็นเมื่อไม่กี่วันก่อนฉันคงรู้สึกดีใจและตื่นเต้นพอสมควร แต่ตอนนี้ฉันเริ่มไม่มั่นใจแล้วว่าเมื่อถึงวันที่ลมหนาวพัดมาจริงๆ  ฉันจะอยากมาดูดาวกับเขาอีกหรือเปล่าเพราะฉันเกรงว่าท้องฟ้าจะยังไม่สวยเช่นเคย

 

                                                                                 ....บันทึก(ทัก) ณ บางแสนสุข

Comment

Comment:

Tweet

..................................
อยากพูดอะไรมากมายแต่.........พูดไม่ออก
....คนเราถ้ามันเป็นคู่กัน...จะเร็วจะช้า.....ไม่วันใดก็วันหนึ่ง......มันก็ต้องมาเป็นคู่กัน

#4 By nokkok (202.28.78.99) on 2010-11-25 15:50

ต่างตรงไหนนะ
แบบไหนๆก็เจ็บทั้งนั้น
เฮ้อ....

#3 By Gift Nina on 2010-11-16 14:07

.-อ่านจบนึกถึงหนังเรื่องหนึ่ง
กับประโยค ประโยคหนึ่ง

'เพื่อนสนิท'

" ไม่รู้สิดากานดา
ฉันอาจต้องไปจากที่นี้
ถ้าฉันหลงรักมันเข้าจริงๆ " -ไข่ย้ิอย

อ่านแล้วอดอมยิ้มไปกับเรื่องราวไม่ได้
ไม่ใช่ดีใจ
แต่อย่างน้อยความรักครั้งใหม่ของเพื่อนคนนี้
มันดูต่างไปจากเิดิม
ก็เท่านั้น

กลิ้ง...open-mounthed smile

#1 By กลิ้ง (125.25.243.212) on 2010-10-18 00:34